ด้วยความที่เป็นคน สนใจการเมืองมาตั้งแต่เด็ก ด้วยเหตุที่ว่า มีลุงเป็นหัวคะแนน (รายย่อย) ให้กับหลายๆ พรรค เท่าที่ยังจำได้ ครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับเรื่องของการเมืองก็คือ โปสเตอร์, ใบหาเสียงของลุงหมัก ซึ่งตอนนั้นลุงหมักเป็นหัวหน้าพรรคประชากรไทยอยู่เลย
ซึ่งนั่นทำให้ซืมซับเรื่องของการเมืองมาตั้งแต่เด็ก รวมทั้งเป็นคนชอบอ่านการ์ตูน ดังนั้นสิ่งที่ได้อีกอย่างหนึ่งคือ การ์ตูนจิกกัดรัฐบาล ในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่อ่านทุกๆ วัน เลยเปิดเป็นหัวข้อใหม่
สำหรับชื่อหมวดที่ใช้ว่า “Thailand Democrazy” แทนที่จะเป็น “Thailand democracy” นั่นเป็นเพราะว่า
การเมืองบ้านเราคือ การเมืองที่แฝงไปด้วยความบ้าคลั่งหลายๆอย่าง จนเรียกได้ว่า อาจจะหาที่เป็นกลางๆ นักไม่ได้ ซึ่งนั่นจะเห็นได้จากหลายอย่างเป็นต้นว่า
- นักการเมืองมักบอกว่า ผมมาจากการเลือกตั้ง (จากการซื้อเสียง)
- นักชุมนุมบอกว่า การชุมนุมทำได้ในกรอบประชาธิปไตย (ดังนั้นชุมนุมบุกที่นั่นที่นี่ได้ตามใจ)
- นักเคลื่อนไหวมักบอกว่า ประชาธิปไตย มาจากรถถังไม่ได้ (แต่เวลานั่น เรียกร้องให้ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน)
- ประชาชนรากหญ้าบอกว่า ให้ยอมรับการเลือกตั้ง (เพราะนั่นทำให้ได้เงิน สองถึงห้าร้อยบาท)
- นักรณรงค์ประชาธิปไตย บอกว่า ประเทศเราไม่ใช่ประชาธิปไตย ไม่เอาศักดินาและอมาตยาธิปไตย (แต่ชอบทำตัวมีอำนาจ ศักดินา ให้คนโน้นคนนี้เรียก ตัวเองว่า ท่าน)
- อื่นๆ อีกมากมาย
สิ่งเหล่านี้คือ การรักษาประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่ดูแล้ว ก็มีอะไรประหลาดๆ ซึ่งจริงๆแล้ว ในบ้านเราคนส่วนใหญ่ นับถือศาสนาพุทธ ที่พระพุทธเจ้าได้สอนไว้ถึง หลักความเชื่อสิบอย่าง ซึ่งเมื่อนำไปใช้ นำไปพิจารณาด้วยสติ
สิ่งเหล่านั้น จะทำให้เรากลายเป็นคนที่คิดอย่างรอบด้าน มีแนวทางในการพิจารณาสื่อที่รับมา อย่างมีเหตุ-ผล นั่นเอง
แต่ทั้งๆที่บ้านเราเป็นเมืองพุทธ แต่ไม่มีการนำสิ่งเหล่านี้เป็นที่ตั้งในความคิด หากแต่ตั้งมั่นอยู่ในอัตตาของตน (ตัวกู ของกู)
ไม่เข้าใจจริงๆ
ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้น ประชาวิพากษ์ เกี่ยวกับการเมือง ในเว็บบล็อกส่วนตัวนี่แล้วกัน และคิดว่าในแต่ละตอนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นล่ะครับ
Tags: democracy, democrazy, thailand, การเมือง, ประชาธิปไตย, ประเทศไทย