อดไม่ได้ที่จะต้องมาพิมพ์เล่าเรื่องดีๆ ในมุมเล็กๆ ที่พบเห็นให้ได้อ่านกัน ในสถานการณ์ที่มุ่งเอาชนะคะคานกันให้ได้ในตอนนี้นะครับ
เรื่องของเรื่องก็คือ ปรกติ ผมเองก็มักจะออกไปยืนริมหน้าต่างห้อง แล้วสูบบุหรี่เสมอ หลายครั้งที่เห็นอะไรประหลาดๆ (ไม่ใช่ผีนะครับ)
วันนี้ก็เหมือนปรกติ แต่มีสิ่งที่น่าสนใจเล็กๆครับ พอดีว่า ตรงถัดไปอีกหน่อยเป็นสี่แยกเล้กๆครับ สองเลนนี่ล่ะ ตรงมุมจะมีร้านขายของชำ ซึ่งก็มักจะมีรถมาส่งของเข้าร้านเป็นประจำ วันนี้ ก็มีมาพร้อมกันคือ รถส่งเป๊บซี่ และรถส่งโค้ก ประดุดดั่งมุมน้ำเงินและมุมแดง อยู่คนละมุมของสี่แยก
แต่เรื่องของเรื่องคือ รถบรรทุกเป๊บซี่กำลังมีคนเข็นอยู่ครับ คิดว่าคงเสีย แบตหมดอะไรประมาณนี้ ก็ส่งเสียงดังกันอยู่ ก็เข็นๆ กันจนรถมันติด แต่พอคนเข็นเดินออกมา สิ่งที่เห็นคือ
กลุ่มคนใส่เสื้อแดง (ไม่ใช่ นปช.อะไรหรอก) ของรถส่งโค้กนั่นล่ะ ไปช่วย เข็นรถเป๊บซี่ที่เสีย
นี่ล่ะครับ มันเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เรามองเห็น แม้ว่า ทั้งสองบริษัทคือ โค้กและเป๊บซี่จะเป็นคู่แข่งทางการค้ากัน แต่สุดท้าย คนงาน ก็คือคนไทยเหมือนกัน ในส่วนลึกๆ แล้วพร้อมที่จะช่วยเหลือกันเสมอล่ะ เพียงแต่อยู่ที่โอกาส และมุมมองของความคิดเท่านั้น
ในระดับบริหาร อาจจะมองว่า นั่นคือ คู่แข่ง นั่นคืออริ แต่จริงๆแล้ว ยังไงก็คนเหมือนๆ กัน
ในสถานการณ์ เสื้อเหลือง เสื้อแดง ที่ต่างฝ่ายต่างมุ่งเอาชนะกันอยู่แบบนี้ รัฐบาลมุ่งจะทำอะไรที่สร้างภาพตนเองต่อไป แต่ไม่มีใครมองลงมาว่า
ความเป็นจริงของคนจนๆ อย่างเราๆ ก็ยังคงจะต้องเดินดินกินข้าวแกงเสมอไป ไม่ว่าคุณจะใส่เสื้อแดงหรือคนจะใส่เสื้อเหลือง เสื้อดำ เสื้อขาว หรือสีรุ้ง
ทุกคนตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ 70000 กว่าล้าน ใส่เช็ค โอนลงนรกภูมิได้หรือไม่?
บุกทำเนียบ ยึดพื้นที่ไว้ ถูกบันทึกชื่อในประวัติศาสตร์ แต่เอาชื่อเหล่านั้น ไปอุทรณ์ไม่ขอลงนรกได้หรือไม่?
แต่ ณ ตอนนี้ ทุกคนยังต้องกินข้าวเหมือนเดิม มุ่งเอาชนะกันเพื่ออะไร ไม่ว่าจะกินข้าวแกง หรือหูฉลาม สุดท้ายแล้วยังไงก็คือ กำารเอาชีวิตรอดต่อไปทั้งนั้น
ถอยกันคนละก้าว แล้วคุยกัน ดีกว่าไหม
อย่างน้อย ไอ้คนโง่ๆ เขียนบล็อกเพ้ออย่างผม มันจะได้กินข้าวอร่อยขึ้น จริงไหม
Tags: เรื่องดีๆ, เสื้อน้ำเงิน, เสื้อเหลือง, เสื้อแดง