วันนี้จะว่าด้วย การปรับแต่งวันหยุดให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด อืม เฉพาะของปีหน้านะ อ้างอิงตามวันหยุดงานปีหน้า (2553) ของ office ผม
- 1 มีนา. หยุดชดเชยมาฆบูชา อันนี้บอกเฉยๆ ไม่ปรับแต่งอะไร (เขียนไปงั้นล่ะ)
เดือนต่อมาคือ เมษา อันนี้ มหาสนุกเลย แบ่งออกได้เป็นชุดเล็ก,ชุดใหญ่ และใหญ่มาก มาดูลาแบบชุดเล็กก่อน
- ให้ลา วันจันทร์ 12 กับ ศุกร์ 16 เมษา 53 ใช้วันลาสองวัน หยุดได้ตั้งแต่ 10-18 เมษา (รวม 9 วัน)
เมษา ชุดใหญ่ นะครับ ก็ลาเพิ่มเติมตามนี้เลย
- วันพุธที่ 7 ถึง ศุกร์ที่ 9 เมษา เมือรวมกับชุดเล็กข้างบน ใช้วันลาทั้งหมด 5 วัน จะทำให้คุณหยุด 6-18 เมษา (รวม 13 วัน)
แน่นอนว่า ถ้าใช้ชุดใหญ่ ดูจะไม่คุ้มค่าครับ เพราะว่า ต้องเพิ่มวันลาอีก สามวัน แต่ได้วันหยุดเพิ่มมาแค่ วันเดียว เท่ากับว่ากำไร แค่วันเดียว แนะนำให้ใช้ชุดคอมโบกำลังสองครับ คือ ให้ลาตามนี้เลย
- 5,7,8,9,12,16 เมษา 53 ซึ่งใช้วันลาทั้งหมด 6 วัน แต่จะได้วันหยุดถึง 16 วัน หรือ ครึ่งเดือน เหลือวันทำงานแค่ 12 วัน
จากนั้นถัดมาเดือน พค. 53
- ให้ลาวันอังคารที่ 4 พค. ซึ่งจะทำให้หยุดได้ตั้งแต่ 1-5 พค (รวม 5 วัน ใช้วันลาแค่ 1 วัน)
ถัดไปถึงเดือน สิงหาคม
- ให้ลาวันศุกร์ที่ 13 สค. จะทำให้หยุดได้ตั้งแต่ 12-15 สค. (รวม 4 วัน ใช้วันลาแค่ 1 วัน)
ซึ่งหากใช้ตามนี้ทั้งหมด จะใช้วันลาทั้งหมด 8 วัน ได้วันหยุดทั้งหมด 16+5+4 = 25 วัน
ดังนั้น ในปรกติ
- ลากิจได้ 6 วันต่อปี (ที่จะไม่ถูก HR นำมาคิด performance) แนะนำให้ใช้ 3-4 วัน เผื่อไว้กิจ จริงๆ 2-3 วัน
- ลาป่วยได้ 6 วันต่อปี (ที่จะไม่ถูก HR นำมาคิด performance) แนะนำให้ใช้ แค่ 1-2 วันพอ เผื่อไว้แฮงค์, ตื่นสาย และป่วยจริงๆ
- ลาพักร้อน 20 วัน หักที่เหลือมาใช้ซะ
สรุปได้ว่า
- ลากิจ วันที่ 12 เมษา, 4 พค, 13 สค.
- ลาป่วย 16 เมษา
- ลาพักร้อน 5-7-8-9 เมษา
ซึ่งทั้งหมดจัดมาแล้ว ไม่น่าเกลียด ยิ่งลาล่วงหน้า ทันทีที่ลาพักร้อน ออก ยิ่งไม่มีใครสงสัย กว่าจะรู้ตัว กรูก็ลาไปแล้ววววววว กรั่กๆ แถมยังเหลือวันพักร้อน อีกตั้ง 16 วัน ถ้ารวมกับที่ได้มา 25 วัน เท่ากับได้หยุด 41 วัน (ไม่รวมวันหยุดทั่วไป)
แหล่มเลย!
Tags: วันลา, วันหยุด, หยุดยาว